ไฝเป็นจุดเล็ก ๆ บนผิวหนังที่พบได้ทั่วร่างกาย โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติและไม่อันตราย แต่บางครั้งไฝสามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา การสังเกตไฝที่ผิดปกติ จึงสำคัญต่อการป้องกันและตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ

ทำไมไฝบางแบบถึงอันตราย?
ไฝเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสี (เมลาโนไซต์) ที่รวมตัวกัน ส่วนใหญ่มีลักษณะสีเข้มและขอบชัดเจน ไฝที่อันตรายมักเปลี่ยนแปลงรูปร่าง สี หรือขนาดอย่างรวดเร็ว การสังเกตตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้พบมะเร็งผิวหนังได้เร็ว และเพิ่มโอกาสรักษาได้ทันเวลา
วิธีเช็กไฝแบบง่าย ๆ ตามกฎ ABCDE
แพทย์ผิวหนังมักใช้ กฎ ABCDE เป็นแนวทางสังเกตไฝที่อาจเป็นอันตราย
1. A – Asymmetry (ไม่สมมาตร)
ไฝปกติจะเป็นวงกลมหรือวงรี มีความสมมาตร หากครึ่งหนึ่งของไฝไม่เหมือนอีกครึ่งหนึ่ง ควรระวัง
2. B – Border (ขอบไม่เรียบ)
ไฝปกติขอบเรียบชัดเจน ไฝอันตรายมักมีขอบหยัก ขอบไม่ชัด หรือฟันเลื่อย
3. C – Color (สีไม่สม่ำเสมอ)
ไฝปกติสีเดียว เช่น น้ำตาลเข้ม หากไฝมีหลายสี เช่น น้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม ดำ แดง หรือขาวผสมกัน อาจเป็นสัญญาณผิดปกติ
4. D – Diameter (ขนาดใหญ่ขึ้น)
ไฝปกติส่วนใหญ่มีขนาดไม่เกิน 6 มม.ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ หรือขยายเร็ว ควรตรวจโดยแพทย์
5. E – Evolving (การเปลี่ยนแปลง)
ไฝที่เปลี่ยนสี ขนาด รูปร่าง หรือมีอาการเจ็บ คัน เลือดซึม ลอก แผลเรื้อรัง ควรพบแพทย์ทันที

นอกจากนี้ยังมีลักษณะไฝที่ควรสังเกตเพิ่มเติม ได้แก่
- ไฝที่ขึ้นในบริเวณถูกเสียดสีบ่อย เช่น รักแร้ สะโพก หรือบริเวณเสื้อผ้ารัด
- ไฝที่เกิดขึ้นใหม่ในผู้ใหญ่หลังอายุ 30 ปี
- ไฝที่มีอาการเจ็บ ปวด หรือคันเรื้อรัง
วิธีป้องกันและดูแลไฝ
1. ตรวจผิวหนังเป็นประจำ ด้วยตัวเองทุกเดือน
2. ใช้ครีมกันแดด ปกป้องผิวจากรังสี UV ซึ่งกระตุ้นให้ไฝกลายเป็นมะเร็ง
3. หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือสักบริเวณไฝ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง
4. ปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันที หากพบไฝมีลักษณะผิดปกติตามกฎ ABCDE

ไฝส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่การรู้จักสังเกตไฝแบบ ABCDE และใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงจะช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ การตรวจผิวหนังเป็นประจำ การใช้ครีมกันแดด และปรึกษาแพทย์เมื่อสงสัย คือกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพผิว หากคุณพบไฝใหม่หรือไฝที่เปลี่ยนแปลง อย่ามองข้าม เพราะการตรวจเร็วหมายถึงการรักษาได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น
