อยู่วงการมานาน แต่พระเอกหนุ่ม อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ ที่เล่นละครมาแล้วหลากหลายบทบาท มีแค่แนวผีที่เขาไม่เคยเล่น แต่เมื่อมีเรื่อง “ข้างบ้าน” จากเรื่องเล่าสุดหลอนในรายการเดอะโกสท์เรดิโอ นำมาทำเป็นภาพยนตร์ กำกับการแสดงโดย โขม ก้องเกียรติ ด้วยบทและองค์ประกอบหลายอย่างที่น่าสนใจ ทำให้ อาเล็ก ตัดสินใจชาเลนจ์ฝีมือการแสดงของตัวเอง

มาเล่นเรื่องนี้ได้ยังไง?

“พี่โขม ก้องเกียรติ ติดต่อมา จริง ๆ ผมเคยประกาศออกสื่อว่า ผมจะไม่เล่นหนังผี เพราะกลัวผีมาก แต่พอเราโตขึ้นก็รู้สึกว่าเป็นแนวที่เราไม่เคยเล่น พอทราบว่าพี่โขมกำกับผมก็สนใจอยู่แล้ว แต่ขออ่านบทก่อน ซึ่งบทน่าสนใจ เราเป็นตัวต้นเหตุของเรื่อง มีความดราม่าของความเป็นมนุษย์ ความต้องการของมนุษย์ คนเราก็แค่ต้องการมีครอบครัวที่ดีและอบอุ่น เป็นความต้องการพื้นฐาน ซึ่งเรื่อง “ข้างบ้าน” มัน เชื่อมโยงกับผู้ชมได้ง่าย สำหรับตัวผมก็รู้สึกว่าท้าทายด้านการแสดง ทั้งพาร์ทอารมณ์ดราม่า และเรื่องที่เกี่ยวกับผี ค่อนข้างท้าทายผม หนังเรื่องนี้จะทำให้เราโตขึ้นและพัฒนาอะไรบางอย่าง”

คาแร็กเตอร์ “วิน” เป็นอย่างไร อาเล็กเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? 

“วินเป็นคนธรรมดามาก ๆ มีตรรกะแบบมนุษย์ทั่วไป ไม่ได้มีความหวือหวา พอมีครอบครัวก็อยากมีบ้านดี ๆ เราแค่ทำความเข้าใจกับอุปนิสัยของเขา สิ่งที่เขาเป็น เราแค่ทำการบ้านแบบนี้มากกว่า แต่วินจะมีบางเรื่องที่อาจเป็นนิสัยเสียของเขา คนเราต้องมีนิสัยเสีย ซึ่งเขาเป็นคนที่ชอบข้ามปัญหา ถ้าไม่ใช่ปัญหาที่คอขาดบาดตายต้องแก้เดี๋ยวนั้นก็ซุกไว้ก็ได้ ไม่ต้องแก้หรอก ถ้าไม่ได้เดือดร้อนใคร แต่ปัญหาที่วินเคยทำ ดันไปทำให้คนอื่นเดือดร้อนโดยที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำ กลับมาสร้างความฉิบหายให้เขาในเรื่องนี้”

พอเป็นคนกลัวผีมาก แต่มาเล่นหนังผี เราก้าวข้ามตรงนั้นมาได้ยังไง?

“ตอนแรกกังวลมาก เพราะเรากลัว แต่หนึ่งในปัจจัยที่รับเรื่องนี้เพราะรู้ว่าโลเคชั่นเป็นบ้าน ถ้าเรื่องแรกแล้วไปถ่ายในวัดในป่าช้า หรือโลเคชั่นหลอนก็คงคิดเยอะ อันนี้เราถ่ายในบ้านที่แต่งพร็อพโน่นนี่เลยคิดว่าไม่มีอะไร แล้วทีมของผมก็บอกว่าหนังผีไม่มีอะไรหรอกในกองสนุกจะตาย เพราะบรรยากาศในกองก็มีทีมงานเยอะแยะครับ”

แต่บ้านที่ไปถ่ายก็มีคนเจอ?

“จริงอ่ะ เขาไม่ได้บอกนักแสดงอ่ะ ผมไม่รู้ (โชว์แขนที่ขนลุกให้ดู) ดีนะที่รู้ตอนนี้ ผมเดินเล่นไปทั่วเลย ผมนึกว่าบ้านธรรมดา คือผมกลัวมาก ดีนะที่มารู้ตอนนี้ครับ”

มีพกของขลังติดตัวไหม?

“พก เพราะแม่เป็นห่วงครับ จริง ๆ ตอนแรกแม่ไม่ได้ห่วงอะไรขนาดนั้น วันที่ผมไปแคสเขาให้แคสทั้งหมด 5 ซีน ซึ่งหลังจากนั้นไม่กี่วันทางทีมงานโทรมาแจ้งว่าขอให้มาถ่ายซ่อมหน่อยได้ไหมเสียงมันหาย ผมก็คิดว่าเอาแล้ว เพราะจริง ๆ ตอนถ่ายเสร็จเรามีการเช็คเทปหมด เราก็เห็นกับตาว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่พอไปโหลดดันมีปัญหา ผมก็โอเคไม่เป็นไร ก็ไปถ่ายใหม่ พอไปที่กองทีมก็บอกว่าพี่อาเล็กครับ ถ่ายไป 5 ซีน เสียงหายไป 3 ซีน และ 3 ซีนนั้นเป็นซีนที่มีผีในฉาก อีก 2 ซีนที่เสียงอยู่ครบเป็นซีนพูดคุยธรรมดา ผมขนลุกเลยครับ พอกลับไปเล่าให้แม่ฟัง วันที่ถ่ายทำแม่จัดพระชุดใหญ่มาให้เลย เป็นสร้อยที่ห้อยพระ 5 องค์ แต่ไม่ได้พกตลอดนะ พอเราใส่ไปได้ 3-4 วันแล้วไม่มีอะไร ผมก็ไม่ได้พกไปครับ เวลาเข้าบ้านเราก็แค่ยกมือไหว้ว่าขอมาทำงานนะ ผมไม่เจอ แต่ไม่รู้คนอื่นเจอหรือเปล่านะ”

การทำงานเรื่องนี้มีฉากที่ยากไหม?

“ยากมากทั้งในเรื่องการแสดง การถ่ายทำ และเอฟเฟ็กต์ต่าง ๆ อีก การแสดงเป็นวินยาก เพราะช่วงท้ายใกล้ไคลแม็กซ์มันมีอารมณ์ที่ซับซ้อน ช่วงแรกที่เจอก็แค่ข้างบ้านมีผีนะ วินกะเมียก็คอยแก้ปัญหา แต่ช่วงท้ายมีการคลายปมจะมีอารมณ์ที่เข้ามาในตัววินที่ซับซ้อนมากขึ้น ต้องเลือกและทำอะไรสักอย่าง ซึ่งค่อนข้างท้าทายการแสดงของผม แต่ถ้าพูดในเรื่องอุปสรรคถ่ายทำก็มีเยอะเหมือนกัน เรื่องนี้ไม่มีซีนไหนที่สะอาดเลย ตอนนี้ผมอายุ 35-36 ปี แล้ว ก็จะชอบดูแลตัวเองดูแลผิว ไปทำหน้าบ้าง แต่เรื่องนี้ช่างแต่งหน้าขอว่าอย่าเพิ่งไปทำได้ไหม ขอโทรม ๆ ประกอบกับผมลดน้ำหนัก มันเลยยิ่งโทรม ผมเพิ่งเริ่มกลับมาทำหน้าหลังปิดกล้องเองครับ ก็สนุกดีครับ ได้ทำอะไรชาเลนจ์ตัวเอง”

เรียบเรียงโดย ทีม Zzigma