สำหรับใครที่ชอบทำอาหารที่บ้าน ปัญหาที่หนีไม่พ้นก็คือ “กลิ่นในครัว” ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นทอด กลิ่นต้มยำ หรือแม้แต่กลิ่นอับจากตู้เย็น บางทีกลิ่นเหล่านั้นก็เกาะติดอยู่ในบ้านจนรู้สึกไม่สบายใจ

แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเรามีวิธีจัดการง่าย ๆ ที่ช่วยให้ครัวกลับมาสะอาด หอม และน่าใช้งานอีกครั้ง
1. ดูแลความสะอาดสม่ำเสมอ
ล้างจานและทำความสะอาดครัวทันทีหลังทำอาหาร เพื่อไม่ให้คราบและเศษอาหารสะสมจนเกิดกลิ่น ขณะที่ถังขยะก็สำคัญ ทิ้งขยะให้เป็นเวลา และลองโรยเบกกิ้งโซดาที่ก้นถัง จะช่วยดูดความชื้นและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดี

2. เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
เปิดหน้าต่างหรือประตู ขณะทำอาหารและหลังทำอาหารเสร็จ เพื่อลดการสะสมของกลิ่น ถ้ามีเครื่องดูดควัน อย่าลืมเปิดใช้งานทุกครั้งตอนทำอาหารเมนูหนัก ๆ อย่างทอดหรือผัด

3. ใช้ตัวช่วยจากธรรมชาติ
- โรยเบกกิ้งโซดาใส่ถ้วยแล้ววางไว้ตามมุมห้อง หรือที่ก้นถังขยะ
- ใส่กากกาแฟในถ้วยเล็ก ๆ แล้วตั้งไว้ในตู้เย็นหรือมุมครัว จะช่วยดูดซับกลิ่นและเพิ่มความหอมอ่อน ๆ
- วางถ่านไม้ในตู้เย็นหรือตามมุมบ้าน ช่วยดูดความชื้นและกลิ่นอับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. เติมกลิ่นหอมสดชื่น
นำก้านไม้หอม หรือสเปรย์ปรับอากาศมาฉีดทำความสะอาด หากใครเป็นสาย DIY สามารถต้มน้ำสมุนไพร เช่น น้ำส้มสายชูผสมเปลือกมะนาว เปลือกส้ม ใบเตย หรือแม้แต่ตะไคร้ แล้วปล่อยให้ไอน้ำหอม ๆ ลอยอบอวลไปทั่วครัว หรือจะวางใบเตยสด, สะระแหน่ ตามมุมห้อง เพิ่มทั้งกลิ่นหอมและความรู้สึกสดชื่น

5. จัดการกลิ่นเฉพาะจุด
ตู้เย็นเป็นอีกจุดที่มักมีกลิ่นอับ แนะนำให้วางมะนาวผ่าครึ่ง เบกกิ้งโซดา หรือถ้วยกากกาแฟเล็ก ๆ ไว้ในตู้เย็น จะช่วยกำจัดกลิ่นคาวหรือกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์ได้

กลิ่นในครัวไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้ แค่หมั่นดูแลความสะอาด จัดการการระบายอากาศ และใช้ตัวช่วยธรรมชาติอย่างเบกกิ้งโซดา กากกาแฟ หรือสมุนไพร ก็ทำให้บรรยากาศในบ้านกลับมาหอมสดชื่นได้ง่าย

เรียบเรียงโดย ทีม Zzigma
