การเดินทางข้ามโซนเวลาหรือบินระยะไกลมักทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการที่เรียกว่า เจ็ตแล็ก (Jet Lag) ซึ่งเป็นผลจากนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย (Circadian Rhythm) ไม่สอดคล้องกับเวลาท้องถิ่นใหม่

อาการที่พบได้บ่อยคือ นอนไม่หลับ หงุดหงิด เหนื่อยล้า ปวดหัว หรือย่อยอาหารผิดปกติ แม้เป็นเรื่องปกติ แต่สามารถรับมือและบรรเทาได้ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำตามได้ทันที
1.ปรับตัวก่อนเดินทาง
การเตรียมตัวก่อนบินช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้เร็วขึ้น

- ปรับเวลานอนล่วงหน้า : หากบินไปข้ามโซนเวลา ลองเข้านอนหรือตื่นเร็วขึ้น/ช้าลงตามเวลาของปลายทาง 3–4 วันก่อนออกเดินทาง
- จัดมื้ออาหารให้เข้ากับเวลาปลายทาง : การทานอาหารตามเวลาใหม่ช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพ
- พักผ่อนให้เพียงพอ : นอนหลับให้เต็มที่ก่อนบินเพื่อลดความเหนื่อยสะสม
2.เตรียมตัวระหว่างบิน
การจัดการระหว่างเดินทางสำคัญต่อร่างกาย

- เดินหรือยืดเส้นยืดสายทุก 1–2 ชั่วโมง เพื่อลดอาการบวมน้ำและปวดเมื่อย
- ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพราะเครื่องบินอากาศแห้ง ทำให้ร่างกายขาดน้ำง่าย
- หากเป็นเที่ยวบินกลางคืน ลองนอนตามเวลาปลายทางเพื่อปรับนาฬิกาชีวภาพ
3.ปรับตัวทันทีที่ถึงปลายทาง
เมื่อถึงที่หมาย การปรับตัวอย่างรวดเร็วช่วยลดอาการเจ็ตแล็ก

- ออกไปเจอแสงธรรมชาติ เพราะแสงอาทิตย์จะช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพให้เข้ากับเวลาท้องถิ่น
- กินอาหารตามเวลาท้องถิ่น เพราะการรับประทานอาหารให้ตรงเวลาในแต่ละมื้อช่วยส่งสัญญาณให้ร่างกายปรับตัว
- อย่านอนกลางวันนานเกินไป หากเหนื่อย ให้จำกัดการงีบไม่เกิน 20–30 นาที
4.เทคนิคบรรเทาอาการ

- ออกกำลังกายเบา ๆ การเดินหรือยืดเหยียดช่วยกระตุ้นร่างกายและลดความเหนื่อยล้า
- ดื่มชาอ่อนหรือน้ำสมุนไพร ช่วยให้ผ่อนคลายและปรับระบบย่อยอาหาร
- ใช้เทคนิคผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ ลมหายใจลึก ๆ หรือฟังเพลงเบา ๆ ช่วยให้นอนง่ายขึ้น
5.การนอนหลับ

- หากถึงปลายทางกลางคืน พยายามเข้านอนตามเวลาท้องถิ่น
- หลีกเลี่ยงจอมือถือและแสงสว่างแรงก่อนนอน
- ใช้ผ้าปิดตาหรือที่อุดหูช่วยสร้างบรรยากาศมืดสงบ
เจ็ตแล็กเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อบินข้ามโซนเวลา แต่สามารถรับมือได้ด้วยการวางแผนล่วงหน้า ปรับเวลานอนและมื้ออาหารตามโซนเวลาใหม่ เคลื่อนไหวร่างกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอ และออกไปเจอแสงธรรมชาติ การทำตามขั้นตอนเหล่านี้ช่วยให้ร่างกายปรับตัวเร็วขึ้น ลดอาการอ่อนเพลีย และทำให้คุณสนุกกับการเดินทางโดยไม่เสียอารมณ์จากความเหนื่อยล้า
