หลายคนอาจเคยยืนงงหน้าปั๊มน้ำมันว่า ควรเติมน้ำมันชนิดไหนดี เพราะในปัจจุบันมีตัวเลือกกหลายแบบ เช่น เบนซิน แก๊สโซฮอล์ หรือดีเซล ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีคำถามที่หลายคนสงสัยว่า น้ำมันแต่ละชนิดเติมผสมกันได้หรือไม่ และจะส่งผลต่อเครื่องยนต์มากน้อยแค่ไหน

น้ำมันรถแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

1. เบนซิน (Gasoline)

เป็นน้ำมันสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์เบนซินโดยเฉพาะ มีค่าความบริสุทธิ์สูงและไม่มีส่วนผสมของเอทานอล ปัจจุบันมีใช้น้อยลงในประเทศไทย เนื่องจากมีการส่งเสริมการใช้น้ำมันที่ผสมพลังงานชีวภาพมากขึ้น

2. แก๊สโซฮอล์ (Gasohol)

เป็นน้ำมันที่ผสมระหว่างน้ำมันเบนซินกับเอทานอลจากพืช เช่น อ้อยหรือมันสำปะหลัง จุดเด่นคือช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากฟอสซิล และมีราคาถูกกว่าเบนซิน โดยมีหลายประเภท เช่น

  • E10 (เช่น แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95) มีเอทานอลประมาณ 10%
  • E20 มีเอทานอลประมาณ 20%
  • E85 มีเอทานอลสูงประมาณ 85% เหมาะกับรถที่รองรับเฉพาะ

3. ดีเซล (Diesel)

เป็นน้ำมันสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล เช่น รถกระบะ รถบรรทุก หรือรถบางรุ่น เครื่องยนต์ดีเซลมีลักษณะการเผาไหม้ต่างจากเครื่องยนต์เบนซิน จึงไม่สามารถใช้แทนกันได้

เติมน้ำมันต่างชนิดผสมกันได้ไหม

กรณีแก๊สโซฮอล์บางชนิด

น้ำมันในกลุ่มแก๊สโซฮอล์ เช่น 91, 95 หรือ E20 สามารถผสมกันได้ในบางกรณี เพราะมีพื้นฐานเป้นน้ำมันเบนซินเหมือนกัน แต่ควรตรวจสอบคู่มือรถก่อนว่าเครื่องยนต์รองรับระดับเอทานอลสูงสุดเท่าไหร่

กรณีเบนซินกับแก๊สโซฮอล์

โดยทั่วไปสามารถผสมกันได้ เนื่องจากมีพื้นฐานเป็นน้ำมันชนิดเดียวกัน แต่การเติมให้ตรงกับชนิดที่ผู้ผลิตรถแนะนำจะดีที่สุด

กรณีดีเซลกับเบนซิน

ไม่ควรเติมผสมกัน เพราะเครื่องยนต์ทั้งสองแบบทำงานต่างกัน หากเติมผิดอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้เหมาะกับเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน การเลือกเติมน้ำมันให้ตรงกับประเภทที่รถรองรับจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าน้ำมันบางชนิดในกลุ่มเดียวกันจะสามารถผสมกันได้ แต่การเติมให้ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่อความเสียหาย

เรียบเรียงโดย ทีม Zzigma