เป็นข่าวเศร้าที่ทำเอาคนทั้งวงการบันเทิงและแฟนคลับใจสลาย เมื่อคู่รักคู่ชีวิตอย่าง นุ่น รมิดา ประภาสโนบล และ หลุยส์ สก๊อต ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า พวกเขาได้ สูญเสียลูกคนแรกในครรภ์ หลังจากตั้งท้องนานกว่า 36 สัปดาห์ (ราว 9 เดือน)

ทั้งคู่จัดงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 14.30 น. ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่ออัปเดตเรื่องราวการสูญเสีย พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์มาให้ข้อมูลอย่างละเอียด โดยระบุสาเหตุว่าเกิดจาก ภาวะมดลูกแตกเฉียบพลัน ซึ่งแพทย์ได้พยายามผ่าตัดและช่วยเหลือนุ่นอย่างเต็มที่จนปลอดภัย แต่สุดท้าย สัญญาณชีพของทารกไม่สามารถรอดได้

ในช่วงการแถลงข่าว ทั้งนุ่นและหลุยส์มีน้ำตาคลอแทบตลอดเวลา โดยทั้งคู่ ขอไม่ตอบคำถามเชิงลึกจากสื่อมวลชน และขอความเข้าใจจากทุกฝ่าย เพื่อให้สามารถใช้เวลานี้ในการดูแลสุขภาพของคุณนุ่น และเยียวยาความรู้สึกของครอบครัวก่อน

หลุยส์กล่าวสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา และยืนยันว่าทั้งคู่ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างดีที่สุดแล้ว

ก่อนหน้านี้ นุ่นเคยเปิดใจผ่านสื่อต่าง ๆ ถึง เส้นทางการพยายามตั้งครรภ์มาเกือบ 6 ปี ตั้งแต่การทดลองวิธีต่าง ๆ ทั้งการดูแลสุขภาพอย่างเข้มงวด การรักษาทางการแพทย์ รวมถึงการเก็บไข่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ทั้งคู่เคยเล่าถึงความตื่นเต้นและความกลัวที่มาพร้อมกันตั้งแต่ตรวจพบการตั้งครรภ์ และนัดอัลตราซาวด์แรกจนมั่นใจถึงพัฒนาการของลูกภายในช่วงครึ่งปีแรกของการตั้งครรภ์

นุ่น ยังบอกด้วยว่า ส่วนอนาคต นุ่น หลุยส์ ตอนนี้เราโฟกัสสุขภาพนุ่นมากกว่า เสียเลือดไปมากต้องฟื้นฟูร่างกาย อยากจะมีลูกกันอีกไหม นุ่นยังมีความหวังอยู่ นุ่น แค่จะเลือกมีหรือจะโฟกัสชีวิตคู่ดีกว่า โดยนุ่นได้รู้ว่าคนที่ห่วงและรักนุ่นที่สุดคือ หลุยส์ เพราะเขาต้องรับรู้ข้อมูลที่ไม่รู้จะไปคู่หรือจะเป็นยังไง ให้กำลังใจเราผ่านจุดนี้ไปให้ได้

หลังการแถลงข่าว เฟซบุ๊กและโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วย กำลังใจจากแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิง ที่เข้ามาแสดงความห่วงใย ส่งข้อความให้ทั้งคู่ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ พร้อมคำอวยพรให้พบแสงสว่างในอนาคตอย่างเข้าใจและอบอุ่นใจ

แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นข่าวเศร้าที่สะเทือนใจ แต่หลายคนยังชื่นชมในความเข้มแข็งของนุ่นและหลุยส์ที่ยืนหยัดผ่านเส้นทางการมีลูกมาอย่างยาวนาน เต็มไปด้วยความหวัง ความพยายาม และการสนับสนุนซึ่งกันและกันมาตลอดหลายปี